โรงงานมีปัญหาเสียงดัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเสียงดังจากเครื่องจักร หรือเสียงดังที่มาจากกระบวนการผลิต ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องรีบแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นหากถูกร้องเรียนตรวจสอบพบว่าเสียงดังเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อาจถูกสั่งปิดจนสูญเสียมหาศาลได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงานให้ได้ผลที่สุดแล้วล่ะก็ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “ตรวจวัดระดับเสียง” ก่อน เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้วางแผนแก้ไขปัญหาเสียงดังดังโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากมองข้ามการตรวจวัดระดับเสียงไป จะก่อให้เกิดผลเสียหลัก ๆ 3 ประการด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงานได้อย่างตรงจุด
หากปราศจากการตรวจวัดระดับเสียงก่อนแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงาน จะทำให้ไม่สามรรถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของแหล่งกำเนิดเสียงได้ว่า เสียงดังจากแหล่งกำเนิดเสียงนั้นทะลุผ่านไปยังทิศทางไหนบ้าง และแต่ละทิศทางนั้นมีระดับความดังเท่าไร จำทำให้เมื่อตัดสินใจติดตั้งระบบผนังกันเสียงหรือทำห้องครอบกันเสียงเครื่องจักร อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาเสียงดังได้รอบด้านอย่างที่ควรจะเป็น เพราะมีทางผ่านของเสียงทะลุไปทางอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ เพราะการตรวจวัดระดับเสียง ไม่ใช่แค่การวัดว่าเสียงดังระดับไหนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสำรวจพื้นที่และทิศทางที่เสียงทะลุผ่านไปสร้างความรบกวนให้กับพื้นที่รอบข้างและชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย
2.ไม่สามารถประเมินผลการติดตั้งระบบกันเสียงในโรงงานได้
การประเมินผลการติดตั้งระบบกันเสียง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลยของการแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงาน เพราะเกี่ยวพันโดยตรงกับการควบคุมให้ระดับเสียงดังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถ้าเราไม่ได้ดำเนินการตรวจวัดระดับเสียงก่อน ก็จะทำให้ไม่ทราบว่าเดิมทีแล้วปัญหาเสียงดังอยู่ในระดับไหน เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่าไร และเมื่อดำเนินการติดตั้งไปแล้ว ก็จะไม่ทราบอีกด้วยว่าลดระดับเสียงลงมาได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะการตรวจวัดระดับเสียงก่อนการติดตั้งระบบกันเสียงดังในโรงงาน คือการทำเพื่อกำหนดเป้าหมายและวางแผนว่าจะแก้ไขปัญหาเสียงดังให้ลดลงมาได้มากน้อยแค่ไหน จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ขาดไม่ได้
3.ทำให้เสี่ยงสูญเสียงบประมาณมากเกินความจำเป็น
เมื่อไม่มีการตรวจวัดระดับเสียงก่อนแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงาน ก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เมื่อแก้ไขไปแล้วไม่ได้ผล และต้องกลับมารื้อถอน ปรับปรุงการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้เสียงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของการแก้ไขปัญหาเสียง และยังเสียเวลาดำเนินการ ซึ่งอาจทำให้กระทบต่อกระบวนการผลิตจนทำให้เกิดความเสียหายได้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเรียกได้ว่าประเมินค่าไม่ได้เลย เพราะหากเกิดกรณีของการตวจสอบขึ้นหลังจากติดตั้งระบบกันเสียงไปแล้ว แต่ปรากฎว่ายังไม่สามารถควบคุมเสียงได้ตามที่กฎหมายกำหนด ก็อาจต้องถูกสั่งปิดโรงงานและถูกปรับเพิ่มเติม ทำให้เสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจได้อีกด้วย ดังนั้น การตรวจวัดระดับเสียงก่อน จึงเป็นสิ่งที่จะทำให้สามารถวางแผนการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ ควบคุมเวลา และงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องวัดระดับเสียง Class 1
ตัวช่วยในการตรวจวัดระดับเสียงที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน
กระดุมเม็ดแรกสุดของการแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงาน ให้ได้ผลและประหยัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด คือการตรวจวัดระดับเสียง ซึ่งก็จำเป็นจะต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาเสียงโดยตรง มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงาน และใช้ “เครื่องวัดระดับเสียง” ที่มีคุณภาพ ให้ข้อมูลที่ชัดเจน แม่นยำ ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการโรงงานมองข้ามเรื่องการตรวจวัดระดับเสียงและการสำรวจหน้างานไป ก็ถือเป็นความประมาทที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจได้อย่างมหาศาล
ทีมงาน Acoustic Expert มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาเสียงดังโรงงานกว่า 3000 เคส พร้อมดูแลแก้ไขปัญหาให้แบบครบวงจรโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงโดยเฉพาะ ใช้เครื่องวัดระดับเสียง Class 1 ที่ได้มาตรฐานในการตรวจวัดระดับเสียง เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนออกแบบการแก้ไขปัญหาเสียงดังที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์กับโรงงานแบบเฉพาะสถานที่ ด้วยวัสดุอะคูสติก แผ่นกันเสียง SCG
ติดต่อสอบถามขอคำปรึกษาปัญหาเสียงดังโรงงานได้ฟรี ผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถนัดหมายสำรวจหน้างาน วัดระดับเสียงดังโรงงานได้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ